หลังล้างหินอบความร้อน ทำไมยังมีรอยคล้ำ?Back

ทำไมหลังจากล้างแผ่นหินอบนี้ด้วยน้ำร้อนอย่างเดียวตามที่ฉลากแนะนำ แผ่นหินอบยังคงมีรอยคล้ำตามตำแหน่งที่วางขนมหรือที่มีนมหยด

แผ่นรองอบที่ทำจากหินธรรมชาตินั้นจะมีรูพรุนซึ่งน้ำมันหรือไขมันจากตัวอาหารจะสามารถซึมลงไปได้ เมื่อแผ่นอบผ่านการใช้งานไประยะหนึ่ง สีของแผ่นอบจะเข้มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่วางชิ้นอาหาร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีผลทำให้ประสิทธิภาพของแผ่นอบหรือรสชาติของอาหารด้อยลงไปเลย อีกทั้งยังเป็นการเคลือบผิวหินและช่วยปรุงแต่งรสทำให้เมื่อใช้อบอาหาร จะทำให้อาหารมีรสชาติกลมกล่อมขึ้นอีกด้วย (เช่นเดียวกับภาชนะเหล็กหล่อ)

จะทำการเคลือบปรุงรส (Seasoning) แผ่นหินธรรมชาติได้อย่างไร

คุณสมบัติของแผ่นหินอบที่ดีไม่ควรเพียงแต่ช่วยกระจายความร้อนได้สม่ำเสมอและทำให้อาหารสุกทั่วถึงเท่านั้น แต่ควรได้รับการปรุงรส(seasoning)ด้วย โดยเพียงคุณฉีดพ่นน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันพืชลงไปบนแผ่นหินอบหรือใช้แผ่นหินอบอาหารที่มีไขมันสูง ทำสัก 2-3 ครั้งตั้งแต่เมื่อเริ่มซื้อแผ่นหินอบมาใหม่ๆ หลังจากนั้นแผ่นหินอบจะเริ่มได้รับการปรุงรสและคุณจะพบว่าคุณได้เคลือบผิวกันติดสำเร็จแล้วและไม่จำเป็นต้องฉีดสเปรย์เคลือบกันติดเมื่อจะใช้อบอาหารอีกต่อไป มีคำกล่าวหนึ่งเกี่ยวกับภาชนะหินธรรมชาติกล่าวว่า “ยิ่งภาชนะอบหินธรรมชาติดูน่าเกลียดเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คุณเป็นเชฟที่ปรุงอาหารได้อร่อยขึ้นเท่านั้น” ภาชนะหินอบที่ได้รับการเคลือบปรุงรสแล้วจะมีสีเข้มขึ้นและดูน่าเกลียด

ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดภาชนะหินอบไม่ได้จริงๆ หรือ ไม่ได้

เนื่องจากน้ำยาล้างจานจะทำปฏิกิริยากับไขมันและเกาะติดไขมันทำให้กลิ่นรสของน้ำยาทำความสะอาดคงเหลืออยู่ที่ภาชนะหินอบ เมื่อใช้ภาชนะหินอบอบอาหาร อาหารก็อาจมีรสชาติของน้ำยาทำความสะอาด นอกจากนี้ น้ำยาทำความสะอาดจะทำลายกระบวนการเคลือบผิวปรุงรสภาชนะหินอบ ซึ่งมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพของภาชนะ การทำความสะอาดภาชนะหินอบซึ่งเคลือบผิวอย่างดีแล้วทำได้ โดยปล่อยให้แผ่นหินอบเย็นตัวลงเท่ากับอุณหภูมิห้องก่อน แล้วล้างแผ่นหินอบด้วยน้ำร้อน คุณสามารถใช้แผ่นขูดคราบอาหารไนล่อนขูดคราบอาหารหรือใช้แปรงทำความสะอาดไนล่อนที่สะอาดแปรงพื้นผิวหน้าของแผ่นอบได้
ความจริงแล้วสิ่งที่จะช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรียออกจากแผ่นหินอบได้เป็นอย่างดีคือน้ำร้อน ไม่ใช่น้ำยาล้างจาน แต่หากคุณยังไม่มั่นใจก็สามารถนำแผ่นหินอบที่สะอาดไม่มีอาหารอยู่เข้าอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาฟาเรนไฮต์ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียจะถูกกำจัดด้วยความร้อนตั้งแต่ 180 องศาฟาเรนไฮต์ขึ้นไป